ริษัท ทีโอที (TOT-Telephone Organization of Thailand) จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทสื่อสารโทรคมนาคมชั้นนำของประเทศ ซึ่งให้บริการแก่ลูกค้าทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และบุคคลทั่วไป โดยมีธุรกิจบริการที่สำคัญ ได้แก่ บริการโทรศัพท์พื้นฐานบริการโทรศัพท์สาธารณะ บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ บริการสื่อสารข้อมูล รวมทั้ง บริการเสริมพิเศษต่าง ๆ นอกจากนั้น ยังเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมที่มีความแข็งแกร่งสูงสุดในประเทศ ด้วยเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างประเทศครอบคลุมภาคพื้นเอเซียแปซิฟิก และภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก สามารถให้บริการโทรคมนาคมครบวงจรทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ทั้งนี้ภายใต้วิสัยทัศน์ที่กำหนด คือ “เป็นบริษัทสื่อสารชั้นนำในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นผู้นำในตลาดประเทศไทย โดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าให้ดีที่สุด” ปัจจุบัน บริษัท TOT จำกัด (มหาชน) ได้มุ่งเข้าสู่ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Business) เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและความสำเร็จของธุรกิจในเศรษฐกิจยุคดิจิตอล โดยได้เปิดให้บริการต่างๆ ที่รองรับการเติบโตของธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ อาทิ บริการรับชำระค่าบริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต บริการศูนย์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Business Center) การจัดทำระบบการจัดซื้อจัดหาผ่านอินเทอร์เน็ต (e-Procurement) และ การเปิดให้บริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (TOT Certification Authority : TOT CA)
ด้วยศักยภาพความพร้อมในทุก ๆ ด้านทั้งเทคโนโลยีทันสมัย ความครอบคลุมทั่วถึงของโครงข่าย ความมั่นคงขององค์กร เสถียรภาพทางด้านการเงิน และที่สำคัญ การสนับสนุนและให้การรับรองจากรัฐบาล ความร่วมมือจากภาคเอกชนและองค์กรต่างประเทศที่เป็นที่เชื่อถือและยอมรับในระดับสากล บริษัท TOT จำกัด (มหาชน) จึงเป็นผู้ให้บริการที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจและมั่นใจในบริการได้สูงสุด
ระบบสารสนเทศที่หน่วยงานนำมาใช้ : งานในด้านสารสนเทศของบริษัททีโอทีบริษัทจะมีการนำสารสนเทศเข้ามาใช้หลายระบบซึ่งแต่ละระบบจะมีความสามารถเฉพาะตัว
- ระบบอินเทอร์เน็ต จะช่วยงานในการประชาสัมพันธ์ติดต่อกับลูกค้า
- ระบบเอ็กทราเน็ตจะนำมาใช้กับงานภายในองค์กรเพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วให้กับบุคลากรภายในองค์กร
- ระบบ CRM ช่วยในการเก็บฐานข้อมูลลูกค้า
- ระบบ SAP นำมาช่วยงานในด้านการเงินและบัญชี
ในที่นี้ดิฉันจะยกตัวอย่างของระบบ CRM ที่ใช้ในการบริหารงาน
CRM ( Customer Relationship Management ) หรือเรียกว่า การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ ซึ่งก็คือการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยการใช้เทคโนโลยีและการใช้บุคลากรอย่างมีหลักการ CRM ได้ถูกนำมาใช้มากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องมาจากจำนวนคู่แข่งของธุรกิจแต่ละประเภทเพิ่มขึ้นสูงมากขึ้น การแข่งขันทางธุรกิจเพิ่มมากขึ้นในขณะที่จำนวนผู้บริโภคยังคงเท่าเดิม ธุรกิจจึงต้องพยายามสรรหาวิธีที่จะสร้างความพอใจให้แก่ลูกค้าอันจะนำไปสู่ความเชื่อมั่นที่สุด
เป้าหมายของ CRM นั้นไม่ได้เน้นเพียงแค่การบริการลูกค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเก็บข้อมูลพฤติกรรม ในการใช้จ่ายและความต้องการของลูกค้า จากนั้นจะนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์และใช้ให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือการบริการรวมไปถึงนโยบายในด้านการจัดการ ซึ่งเป้าหมายสุดท้ายของการ พัฒนา CRM ก็คือ การเปลี่ยนจากผู้บริโภคไปสู่การเป็นลูกค้าระยะยาวในที่สุด การดำเนิน ธุรกิจในปัจจุบันขององค์กรนั้น จะประสบความสำเร็จได้ ลูกค้านั้นก็มีส่วนสำคัญ ดังนั้นการจะรักษาลูกค้าไว้สิ่งที่องค์กรควรให้ความสำคัญคือ CRM ซึ่งเป็นเครื่องมือที่หลายๆองค์การนั้นนำมาใช้
CRM เป็นทั้งกลยุทธ์และเครื่องมือขององค์การ และของพนักงานในองค์การที่จะในการให้บริการแก่ลูกค้า ซึ่งกลยุทธ์ไม่ได้หมายความถึงเทคโนโลยีที่มีราคาแพง องค์การไม่จำเป็นต้องพึ่งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเกินไป
หากองค์การมีเทคโนโลยีที่ยังสามารถประยุกต์ใช้ได้ ทั้งนี้เนื่องจากจะก่อให้เกิดความสิ้นเปลืองต้นทุนในการเปลี่ยนเทคโนโลยี อย่างมาก องค์การควรให้ความสำคัญกับการกำหนดกลยุทธ์ CRM มากกว่า ทั้งนี้องค์การต้องให้พนักงานเข้าใจว่าเทคโนโลยีนั้นเป็นเพียงเครื่องมือที่ จะสนับสนุนกลยุทธ์ CRM เท่านั้น
CRM เป็นส่วนหนึ่งของทุกคนในองค์การ และสร้างความได้เปรียบให้กับองค์การ สามารถช่วยให้องค์การคาดการณ์ส่วนแบ่งทางการตลาดได้ ทั้งนี้องค์การจะต้องให้ความสำคัญกับทั้งลูกค้าภายในและภายนอกองค์การ
กระบวนการของ CRM มีดังนี้
อันดับแรก การคิดการสินค้าและการบริการที่ตอบสนองกับความต้องการของลูกค้า ต้องรู้ว่าลูกค้าอยากได้อะไร ต้องการอะไร เพื่อที่จะได้ตรงตามเป้าหมาย
อันดับที่สอง การสร้างคุณค้าให้กับลูกค้า จะต้องใช้การพัฒนาสินค้านั้นควบคู่กันไปด้วย เพื่อไม่ให้คู่แข่งนั้นมาแย่งลูกค้าของเราไปได้
อันดับที่สาม การรักษาลูกค้าเดิมและการแสวงหาลูกค้าใหม่ เราจะต้องรักษาลูกค้าเดิมไว้ด้วย เพราะความต้องการของลูกค้านั้นจะเปลี่ยนไปตามช่วงอายุ จึงจำเป็นที่จะต้องพัฒนาสินค้าและการบริการอยู่ตลอด
การขาย (Sales Management) ระบบ CRM ช่วยจัดการด้านการขายด้วยซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ และข้อมูลของบริษัทยังมีประโยชน์นำมาช่วยสนับสนุนกิจกรรมด้านการขาย ซึ่งทำให้การขายสามารถขายได้สูงขึ้น
การตลาด (Marketing Management) ระบบ CRM ช่วยให้การทำการตลาดแบบมืออาชีพประสบความสำเร็จ เนื่องจากเป็นการ ช่วยส่งเสริมการขายได้โดยตรงด้วยระบบอัตโนมัติ ระบบ CRM เป็นซอฟท์แวร ์ช่วยด้านการทำตลาด และลูกค้าสามารถได้รับข้อมูลตอบกลับ จากระบบฐาน ข้อมูล อีกทั้งยังช่วยในการวิเคราะห์ลูกค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจ นอกจากนี้ระบบ CRM ยังช่วยให้ลูกค้าสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ เช่น เมื่อลูกค้าทำการร้องขอข้อมูลเข้ามา จะได้รับการตอบกลับอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อเรื่องการขายหรือการบริการ
การบริการและการสนับสนุนลูกค้า (Customer Service and Support) ระบบ CRM ช่วยจัดการด้าน การบริการด้วยซอฟท์แวร์ที่ สามารถเข้าถึงฐานข้อมูล ของลูกค้าได้ด้วย ระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ สามารถใช้ฐานข้อมูลร่วมกันได้ เช่น ฐานข้อมูลการขาย และการตลาด แบบมืออาชีพ ระบบ CRM ช่วยสนับสนุนลูกค้า โดยที่ผู้บริหาร สามารถเพิ่มปรับปรุง, มอบหมายงาน, และจัดการการร้องขอด้านการบริการที่ลูกค้าร้องขอเข้ามาได้ ซอฟท์แวร์ศูนย์กลางโทรศัพท์ (Call Center) เหมือนเป็นตัวแทนสนับสนุนบริการลูกค้า
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น